feedburner
Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

feedburner count

ข่าววิ่ง

แนะนำโรงเรียน

 
เว็บไซต์สำนักในสังกัด สพฐ.

เว็บไซต์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
 

ข่าวการศึกษา

ไทยรัฐ
คม ชัดลึก
ข่าวสด

ข่าวเด่น

คุณครู.คอม

มติอธิการฯราชภัฏค้านตั้ง "คุรุศึกษาชาติ"

ชี้ซ้ำซ้อน-สิ้นเปลืองงบประมาณ เตรียมสรุปความเห็นเสนอรัฐบาล และจะจัดเวทีเสวนากับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และพัฒนาครู เพื่อฟังความคิดเห็นใน วงกว้าง

... รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยผลการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ว่า ที่ประชุมได้หยิบยกเรื่องการจัดตั้ง สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติขึ้นมาพิจารณา และมีมติร่วมกันที่จะคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาตินี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับหลายๆหน่วยงานที่มีภารกิจงานใน ลักษณะนี้อยู่แล้ว ทั้งคุรุสภา สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา หรือ สคบศ. สภาการศึกษา และมหาวิทยาลัยต่างๆกว่า 90 แห่งทั่วประเทศที่ผลิต นิสิต นักศึกษาสายครู ดังนั้น การที่จะตั้งหน่วยงานอื่นขึ้นมากำกับดูแลซ้ำอีกจึงถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และยิ่งเป็นองค์กรมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนัก นายกรัฐมนตรียิ่งไปกันใหญ่ อธิการบดี มร.สส.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นว่า ในเมื่อกรอบการทำงานของสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติมีความซ้ำซ้อนกับหลายหน่วยงาน เหตุใดจะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งสถาบันดังกล่าวขึ้นมาอีก เพราะเชื่อว่าการตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติขึ้นมาไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพของครูได้อย่างที่คิด แต่รัฐควรทุ่มเม็ดเงินและหันมาเอาจริงเอาจังกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมถึงคุณภาพของครูผู้สอนจะดีกว่า ซึ่งขณะนี้โครงการเรียน ครู 5 ปี ก็กำลังไปได้ด้วยดี และเชื่อว่าจะได้ครูดีมีคุณภาพ ลงสู่โรงเรียนต่างๆแน่นอน นอกจากนี้ การจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติก็ขัดนโยบายของภาครัฐที่ห้ามมิให้ขยาย หรือจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาด้วย "อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งมีมติไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ พร้อมทั้งได้ร่วมกันลงชื่อในมติดังกล่าว หลังจากนี้จะสรุปความเห็น และข้อเสนอแนะเสนอต่อรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ จะมีการจัดเวทีเสวนากับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และพัฒนาครู เพื่อฟังความคิดเห็นใน วงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีของสภาคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์ รวมถึงจะมีการให้ข้อมูลเรื่องนี้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย" รศ.ดร.ช่วงโชติกล่าว.


ที่มา ไทยรัฐ 5 ตุลาคม 2552







แนะนร.สอบ GAT และ PAT ต.ค.นี้ ต้องทำตามระเบียบ

สทศ.ย้ำนักเรียนสอบ GAT และ PAT เดือน ต.ค.นี้ ต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ไปผิดสนามสอบ ไม่มีบัตรประชาชนหรือบัตรนร.ห้ามเข้าสอบแน่ ชี้เพื่อฝึกเด็กรับผิดชอบตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กำหนดสอบแบบทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 3/2552 วันที่ 8-11 ต.ค.นี้ นั้น


เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นางสาวอุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า ในการสอบครั้งนี้มีผู้เข้าสอบ 4.2 แสนคน ซึ่งมากกว่าการสอบสองครั้งที่ผ่านมา มีสนามสอบ 300 โรง ห้องสอบ 4 หมื่นกว่าห้อง ดังนั้นจึงได้กำชับทุกศูนย์สอบและสนามสอบให้ปฏิบัติตามระเบียบการสอบอย่าง เคร่งครัด ได้แก่ ผู้ที่ไปผิดสนามสอบ ไม่มีเลขที่นั่งสอบ ไปสายเกิน 30 นาที ไม่มีบัตรประชาชนหรือบัตรนักเรียน จะไม่มีสิทธิเข้าสอบโดยเด็ดขาด และยังห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าห้องสอบ ต้องอยู่ในห้องสอบจนหมดเวลา


ทั้งนี้เพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบ และเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง และกระดาษคำตอบจะพิมพ์ชื่อนักเรียนทุกคนที่เข้าสอบ ดังนั้นการไปผิดสนามสอบจะไม่ได้รับการอนุโลมโดยเด็ดขาด


หากผู้เข้าสอบคนใดมีปัญหาให้ติดต่อ สทศ. โทร 02-219-2991-5 โทรศัพท์มือถือ084-943-3752 ,084-943-3756 และ084-943-3768 ซึ่งจะให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 - 12.00 น. และ 13.00 - 16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ หรือโทรสาร02-219-2996 และ 02-219-3866-67


ที่มา




เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ออกแล้ว ดูที่นี่

Image Hosted by Upload.TARAD.com

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ ก.ค.ศ.
http://203.146.206.128/webtcs/files/v17-52.pdf



สพท.เลย เขต 2 แสดงความยินดีกับผอ.สพท. คนใหม่



สพท.เลย เขต 2 ได้จัดประชุมประจำเดือนผู้่บริหารสถานศึกษา พร้อมจัดงานเพื่อแสดงความยินดีกับ รอง ผอ.สพท.เลย เขต 2 ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.เลย เขต 3 และแสดงมุทิตาจิตแก่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ที่เกษียณอายุราชการตามกำหนด และตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนชุมชนวังสะพุง .....


ในการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาได้มีการมอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรแก่นักเรียน จากการประกวดตราสัญลักษณ์ และเรียงความสถานศึกษา 3 ดี ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และมอบเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถพ่วงชน ขาพิการ 1 ราย จำนวนเงิน 8,500.-บาท และบิดามารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งหมดอีก 1 ราย จำนวนเงิน 7,500.-บาท รวมทั้งกองทุนโฆสธมฺโม อำเภอเอราวัณ ก่อตั้งกองทุนโดย พระอาจารย์เกรียงไกร โฆสธมฺโม วัดป่าภูฝาง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ได้มอบเงินเพื่อส่งเสริมการแข่งขันทักษะทางวิชาการนักเรียน ประจำปี 2552 ให้กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอราัวัณ-ผาอินทร์แปลง และ กลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษาผาสามยอด-ทรัพย์ไพวัลย์ กลุ่มละ 20,000.-บาท โดยท่าน ดร.สุเทพ บุญเติม ผอ.สพท.เลย เขต 2 เป็นผู้มอบเงินดังกล่าวแก่ประธานกลุ่มฯ เพื่อใช้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของกองทุนต่อไป




สพฐ.เปิดสอบบรรจุครู 24




สพฐ.เปิดสอบบรรจุครู 24

เขตพื้นที่สพฐ.เตรียมบรรจุนักศึกษาทุนครูหลักสูตร 5 ปี กว่า 2 พันคน ลงร.ร.ในพื้นที่ภูมิลำเนาของเจ้าตัว พร้อมเปิดสอบครูในปีนี้อีก 24 เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2552 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมบรรจุนักเรียนทุนโครงการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี รุ่นแรกที่เพิ่งจบการศึกษาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เข้าเป็นครูประจำสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านเกิดของเจ้าตัว ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขผูกผันของโครงการนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้สำนักคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่งรายชื่อและข้อมูลของนักเรียนทุนซึ่งมีทั้งหมด 2,041 คน มาให้ เพื่อจะได้มอบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ละแห่งรับไปดูแล คุณหญิงกษมา กล่าวอีกว่า นักเรียนทุนทุกคนจะต้องรับการทดสอบเบื้องต้นก่อนบรรจุเป็นครู เช่น การสอบสัมภาษณ์ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่นักเรียนทุนมีภูลำเนาอยู่ เมื่อผ่านการทดสอบเบื้องต้นแล้ว นักเรียนทุนที่ได้คะแนนทดสอบสูงจะมีสิทธิเลือกลง ร.ร.ก่อน โดย สพฐ.จะพยายามบรรจุนักเรียนทุนลง ร.ร.ที่อยู่ในอำเภอบ้านเกิดของเจ้าตัว แต่หาก ร.ร.ในเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นภูมิลำเนามีตำแหน่งว่างไม่ตรงกับสาขาวิชา เอกของนักศึกษา ก็ให้เปลี่ยนไปบรรจุ ร.ร. ที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาข้างเคียงที่เปิดรับครูตรงตามสาขาวิชาเอกของนัก เรียนทุน แต่ถ้าร.ร.ในเขตพื้นที่การศึกษาข้างเคียงไม่เปิดรับ สพฐ.จะพยายามบรรจุให้อยู่ในภายในจังหวัดกันหรือจังหวัดติดต่อกัน “สพฐ. ได้สั่งการไปยัง สพท.ทุกแห่ง ให้เร่งสำรวจว่า ร.ร.ในพื้นที่แห่งใดบ้างที่ต้องการครูใหม่ พร้อมเร่งขออนุมัติจากคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำเขตพื้นที่การศึกษาของตัวเอง ออกประกาศรับสมัครนักเรียนทุนเหล่านี้ ภายใน 16 เม.ย.นี้ เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้เสร็จบรรจุภายใน 15 พ.ค. นี้ สำหรับอัตราที่นำมาบรรจุนักเรียนทุนนั้น กั้นมาจากอัตราที่ได้คืนจากจำนวนครูที่เข้าโครงการเออรี่รีไทม์ในปีที่ผ่าน มา ขอให้นักเรียนทุนที่จบการศึกษาทุกราย เร่งไปขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโดยเร็ว เพื่อให้ทันกับการบรรจุเป็นครู ทั้งนี้ นักเรียนทุนหลักสูตรครู 5 ปีนั้น จะต้องเป็นผู้ที่เรียนได้ผลการเรียนการเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 ในทุกภาคเรียน"เลขาธิการกพฐ. กล่าว คุณหญิงกษมา กล่าวต่อไปว่า สพฐ.ยังเตรียมเปิดสอบบรรจุบุคคลทั่วไปบรรจุเป็นครูในปี 2552 นี้ด้วย โดยมีเขตพื้นที่การศึกษาจำนวน 24 เขต ขอเปิดสอบครูใน 36 วิชา แต่ยังไม่ทราบยอดรวมจำนวนครูที่จะรับ ทั้งนี้ทาง สพฐ.ขอให้เขตพื้นที่ฯที่จะเปิดสอบครู เร่งขออนุญาต อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ออกประกาศรับสมัครภายใน 16 เม.ย.เช่นกัน แต่ขั้นตอนการสอบบรรจุบุคคลทั่วไปเป็นครูนั้น มีขั้นตอนต่าง ๆ กินเวลามากกว่าการับนักเรียนทุน 5 ปีเป็นครู เพราะฉะนั้น คาดว่า ครูใหม่กลุ่มนี้จะบรรจุได้ในเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ปีนี้ เป็นปีที่ สพฐ.จะสามารถบรรจุครูใหม่ได้มาก เพราะได้อัตราครูเกษียณก่อนกำหนด(เออร์ลี่) คืนมา 12,039 คน และได้อัตราเกษียณตามปกติคืน 5,139 คน




การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว

การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2






อุทัย ปลีกล่ำ
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว








สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2
ผู้ประเมิน นายอุทัย ปลีกล่ำ
ชื่อหน่วยงาน โรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
ปีการศึกษา 2549

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
(1) ประเมินสภาพแวดล้อมการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
(2) ประเมินปัจจัยเบื้องต้น ในการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
(3) ประเมินกระบวนการในการดำเนินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว
(4) ประเมินผลผลิตของโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว โดยใช้แนวคิดการประเมินตามรูปแบบซิป (CIPP Model) และศึกษาความคิดเห็นจากกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่างจำนวน 131 คน ซึ่งประกอบ ด้วยบุคลากร ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักการภารโรง กรรมการสถานศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 19 คน เป็นกลุ่มประชากรใช้วิธีการเจาะจง ส่วนนักเรียน จำนวน 56 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 56 คน ใช้วิธีสุ่มตามตารางได้มาโดยกำหนดตามตารางของเครจซี และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) และดำเนินการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)โดยใช้วิธีการจับฉลากเลขที่นักเรียนแต่ละชั้นเรียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 สถิติที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย(μ, ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(σ,S.D.) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการทดสอบค่าที (t-test)

ผลการศึกษาพบว่า
ผลการประเมินโครงการนิเทศภายใน ของโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า
1) ด้าน สภาพแวดล้อม บุคลากรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคก หนองแห้ว โดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือ การกำหนดเป้าหมาย วิธีการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการมีความเหมาะสมและปฏิบัติจริงได้ การ ประสานงานระหว่างบุคลากรทำให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินโครงการ รองลงมา คือ หลักการ วัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการมีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน และการจัดบรรยากาศในการดำเนินงานเหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินโครงการ ส่วนข้อที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุด คือ โครงการนิเทศภายในสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่ผู้เรียน
2) ด้านปัจจัยเบื้องต้น บุคลากร มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือ มีจำนวนบุคลากรที่ร่วมดำเนินการโครงการ มีความเหมาะสมและเพียงพอ รองลงมา คือ มีคณะกรรมการดำเนินโครงการประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรในชุมชน ส่วนข้อที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุด คือ มีวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินโครงการมีเพียงพอ
3) ด้าน กระบวนการ บุคลากรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคก หนองแห้ว โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือ การวางแผนดำเนินโครงการ รองลงมาคือการปฏิบัติงานตามโครงการในหน้าที่ ที่แต่ละคนรับผิดชอบ ส่วนข้อที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุดคือ การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนา และการประเมินผลการดำเนินโครงการ
4) ด้านผลผลิต
(1) บุคลากร มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนอง แห้ว โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือ ด้านผลผลิตเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข รองลงมาคือด้านผลผลิตเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีความเหมาะสมน้อยที่สุด คือ ด้านผลผลิตเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน
(2) นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินโครงการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีการปฏิบัติมากที่สุดคือ นัก เรียนแต่งกายถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียนและนักเรียนรับผิดชอบงานที่ได้รับ มอบหมาย รองลงมา คือนักเรียนตั้งใจเรียนทุกกลุ่มสาระวิชาและนักเรียนสามารถทำงานที่ต้องใช้ แรงกายตามวัยของนักเรียนได้ ส่วนข้อที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ นักเรียนสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
(3) ผู้ ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินโครงการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านโคกหนองแห้ว โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ยก เว้นนักเรียนเป็นที่รักของคนในบ้านอยู่ในระดับมากที่สุด นักเรียนไหว้ขอบคุณเมื่อรับของหรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น นักเรียนมีจิตใจเอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่น นักเรียนเอาใจใส่ การเรียน นักเรียนรักษาความสะอาดร่างกายและเครื่องแต่งกาย อยู่ในระดับมาก และนักเรียนแสดงกิริยาก้าวร้าว และนักเรียนพูดโกหกกับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง อยู่ในระดับน้อย ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติของนักเรียนข้อนี้อยู่ในระดับน้อยความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ข้อที่มีการปฏิบัติมากที่สุดคือ นัก เรียนเป็นที่รักของคนในบ้าน รองลงมาคือนักเรียนมีจิตใจเอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่น ส่วนข้อที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุดคือนักเรียนแสดงกิริยาก้าวร้าว
(4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ในปีการศึกษา 2548 โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่าเป้าหมายของโรงเรียน ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 77.98
(5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ในปีการศึกษา 2549 โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละสูงกว่าเป้าหมายของโรงเรียนซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81.89
(6) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการประเมินโครงการ
ปีการศึกษา2548 กับ ปีการศึกษา 2549 โดยภาพรวมกลุ่มสาระการเรียนรู้แต่ละระดับชั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2549 สูงกว่า ปีการศึกษา 2548
(7) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการประเมินโครงการปีการศึกษา 2548 กับ ปีการศึกษา 2549 โดยภาพรวมของโรงเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2549 สูงกว่า ปีการศึกษา 2548
5) การสัมภาษณ์ครู สามารถสรุปได้ว่าครูทุกคนให้ความเห็นว่าโรงเรียนมีการดำเนิน การนิเทศภายในอย่างเป็นระบบ มีการทำงานเป็นทีม คณะครูและชุมชนให้ความร่วมมือและสนับสนุน ส่งผลให้โรงเรียนมีการนิเทศอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ การนิเทศภายในทำให้ครูมีความความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้มากขึ้น ส่งผลให้ครูมีการพัฒนาและเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้น ห้องเรียนและโรงเรียนมีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นครูมีความต้องการให้มีโครงการนิเทศภายในโรงเรียนต่อไป




Powered By Blogger